การสืบสานวิถีครูบาศรีวิชัย ด้านการพัฒนา
แนวคิดส่วนร่วมในการพัฒนา “วิถีครูบางานหน้าหมู่” ได้รับแรงบันดาลใจจากครูบาศรีวิชัย ผู้เป็นต้นแบบแห่งการเสียสละและการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยเฉพาะการร่วมแรงร่วมใจในการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาโดยชุมชนและเพื่อชุมชน
ปัจจุบันแนวคิดนี้ยังคงสืบสานอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดลำพูนโดยเฉพาะการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ ที่ร่วมกันนำแนวคิดนี้มาใช้ในการพัฒนาชุมชนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การก่อสร้างฝาย กำแพงหิน ถนนคอนกรีต ลานอเนกประสงค์ ไปจนถึงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุและผู้พิการ
หัวใจสำคัญของ “งานหน้าหมู่” คือการมีส่วนร่วมของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทุน หรือร่วมดูแลรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน โดยอาศัยทุนทางวัฒนธรรม ความศรัทธา และความสามัคคีเป็นแกนกลางของการขับเคลื่อนงานพัฒนา ตัวอย่างเช่น การก่อสร้างฝายเพื่อกักเก็บน้ำโดยมีทั้งชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ และจิตอาสาร่วมแรงกันอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงการเทคอนกรีตลานหมู่บ้านโดยได้รับงบประมาณจากท้องถิ่นและใช้แรงงานจากประชาชนในพื้นที่เอง
การดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ได้รับการยอมรับในระดับประเทศในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่มีการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน (อบจ.ลำพูน) ตั้งกองทุนฯ ขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2555 ภายใต้แนวคิดที่เน้นความร่วมมือในฐานะ “หุ้นส่วน” มากกว่าความสัมพันธ์แบบสายบังคับบัญชา การดำเนินงานของกองทุนจึงสะท้อนความเป็นอิสระในการบริหารงานท้องถิ่น พร้อมยึดหลักวัฒนธรรมชุมชนในแนวทาง “วิถีครูบางานหน้าหมู่” ซึ่งเป็นจิตวิญญาณของความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่แบ่งแยกหน้าที่
โดย “งานหน้าหมู่” หมายถึงงานส่วนกลางที่ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง การยึดแนวคิดนี้ ทำให้การทำงานของ อบจ.ลำพูน ได้รับการขับเคลื่อนโดยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น ชุมชน และประชาชนในพื้นที่
โครงสร้างการบริหารกองทุนฯ ประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารระดับจังหวัด โดยมีนายก อบจ. เป็นประธาน และมีหน่วยงานอื่น ๆ เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด กองทุนเน้นการสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ การฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชน และการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ อบจ.ลำพูนได้จัดทำหลักเกณฑ์เฉพาะของตนเอง โดยอิงกับนโยบายระดับชาติและปรับให้สอดคล้องกับบริบทชุมชน เพื่อให้การอนุมัติงบประมาณและพิจารณาโครงการต่าง ๆ เป็นไปอย่างคล่องตัวและตรงกลุ่มเป้าหมาย
ความสำเร็จของกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดลำพูน ยังสะท้อนอยู่ในการพัฒนาแนวทางการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันดำเนินงาน เช่น การปรับสภาพแวดล้อมบ้านผู้พิการ โดยตั้งเป้าหมายให้แต่ละพื้นที่ดำเนินการอย่างน้อยพื้นที่ละ 5 ราย กระบวนการนี้เริ่มจากการส่งคำร้องโดย อปท. หรือเทศบาลในพื้นที่ แล้วร่วมกับคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตลงพื้นที่สำรวจ ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการกองทุนอนุมัติ และใช้แรงงานอาสาในชุมชนดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างแท้จริง
ผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีงบประมาณรวมจาก สปสช. และ อบจ. รวม 30 ล้านบาท และใช้จ่ายไปแล้วกว่า 70% ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงบ้านพักอาศัย 360 หลัง การจัดหาอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการจำนวนกว่า 1,700 รายการ ตลอดจนการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม อบจ.ลำพูนยังได้เสนอข้อคิดเพิ่มเติมว่า แม้ความร่วมมือจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ระเบียบและกฎหมายส่วนกลางบางประการยังเป็นข้อจำกัดต่อความคล่องตัวของการดำเนินงาน เช่น ความล่าช้าในการจัดสรรอุปกรณ์หรือบริการบางประเภท ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้รับบริการไม่ได้รับประโยชน์อย่างทันท่วงที
กล่าวโดยสรุป กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ อบจ.ลำพูน คือตัวอย่างของการบูรณาการงานนโยบายระดับชาติให้ลงสู่ระดับพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการทำงานที่ตั้งอยู่บนฐานวัฒนธรรมชุมชน ความเข้าใจในท้องถิ่น และความร่วมมือของทุกภาคส่วน “วิถีครูบางานหน้าหมู่” จึงมิใช่เพียงแค่แนวคิด หากแต่เป็นหลักปฏิบัติที่จับต้องได้ ซึ่งควรได้รับการยกย่องและต่อยอดเป็นแบบอย่างในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ